ขนาดและทรงยอดนิยมของ Door Tag: ทำไมบางงานต้องไดคัททรงพิเศษ (เทคนิคลับ: แค่เปลี่ยนทรง ยอดขายก็เปลี่ยน!)
เคยสงสัยไหมครับ? ว่าทำไมใบปลิวบางใบที่เราได้รับหน้าบ้าน มันถึงดูน่าเบื่อจนเราอยากขยำทิ้งทันที แต่บางใบ… แค่เห็นแวบแรก เรากลับรู้สึก “เอ๊ะ! น่ารักจัง” แล้วเผลอหยิบติดมือเข้าบ้านไปแปะตู้เย็นเฉยเลย?
ความลับมันไม่ได้อยู่ที่ข้อความโปรโมชั่นอย่างเดียวนะครับ แต่มันอยู่ที่ “First Impression” หรือรูปทรงภายนอกนี่แหละ ในวงการการตลาดแบบถึงเนื้อถึงตัว (Direct Marketing) พระเอกตัวจริงที่ทำงานเงียบๆ แต่อิมแพ็คแรงเวอร์ คือ “Door Tag (ป้ายแขวนประตู)” ครับ มันคือป้ายกระดาษที่มีตะขอเกี่ยว ไว้ไปห้อยต่องแต่งอยู่หน้าลูกบิดประตูบ้านลูกค้า รอให้เขามาไขกุญแจแล้ว “จ๊ะเอ๋” กันแบบหลบไม่ได้
แต่ปัญหาโลกแตกที่ลูกค้า Pimdai.com ชอบมาปรึกษาคือ “พี่ครับ จะทำ Door Tag ทั้งที เอาทรงไหนดี? สี่เหลี่ยมธรรมดาก็กลัวไม่เด่น จะไดคัทเป็นรูปการ์ตูนก็กลัวแพง” วันนี้ Pimdai เลยขอมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกครับ ว่าระหว่าง “ทรงมาตรฐาน” กับ “ทรงพิเศษ (Die-cut)” แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจคุณ และทำไมการลงทุนกับ “มีดบล็อก” เพื่อตัดทรงแปลกๆ ถึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในปีนี้!
รู้จัก “ทรงมาตรฐาน” กันก่อน: ประหยัด คุ้ม เรียบง่าย (The Budget Choice)
ถ้าคุณมีงบจำกัด หรือเพิ่งเริ่มทำโปรเจกต์แจกใบปลิวตามหมู่บ้านครั้งแรก ทรงมาตรฐานคือเพื่อนแท้ของคุณครับ
มันคือทรงอะไร? ส่วนใหญ่ก็คือ “สี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง” นั่นแหละครับ ขนาดที่นิยมที่สุดในวงการโรงพิมพ์บ้านเราคือ:
- ขนาดกางออก (Size): ประมาณ 3.5 x 8.5 นิ้ว หรือใกล้เคียงกับ 1/3 ของกระดาษ A4
- ทำไมต้องไซส์นี้?: เพราะกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น สามารถตัดแบ่งออกมาเป็น Door Tag ได้ 3 ใบพอดีเป๊ะ! (ไม่เหลือเศษทิ้ง)
- การเจาะรู: ด้านบนจะเจาะรูวงกลม 1 รู ขนาดประมาณ 1-1.5 นิ้ว (ใหญ่พอให้ลอดลูกบิดกลมได้) และมี “รอยผ่า (Slit)” เฉียงๆ เพื่อให้ง้างเข้าไปคล้องได้ง่ายๆ
ข้อดีที่ต้องยอมรับ:
- ถูกที่สุดในโลก: เพราะไม่ต้องทำบล็อกมีด (Mold) ใหม่ ใช้บล็อกมาตรฐานที่โรงพิมพ์มีอยู่แล้วได้เลย
- ผลิตไว: สั่งเช้า ได้เย็น (ในบางเคส) เพราะขั้นตอนมันน้อย แค่พิมพ์ > ตัด > เจาะรู จบ
- พื้นที่เยอะ: ทรงสี่เหลี่ยมเต็มใบ ทำให้คุณมีพื้นที่ใส่รูปสินค้า ใส่โปรโมชั่น และเบอร์โทรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ต้องคอยหลบมุมเว้าๆ แหว่งๆ
ข้อเสีย:
- มันดู “ธรรมดา”: พูดตรงๆ คือมันดูเหมือน “ใบแจ้งหนี้ค่าน้ำค่าไฟ” หรือใบปลิวเงินกู้ไปหน่อย ถ้าอาร์ตเวิร์กไม่สวยจริง อาจจะโดนเมินได้ง่ายๆ

ทำความรู้จัก “ตะขอ” หัวใจสำคัญที่ห้ามมองข้าม
ก่อนจะไปเรื่องทรงแปลกๆ ขอแวะเรื่อง “หัวตะขอ (The Hook)” นิดนึงครับ อันนี้สำคัญมาก! หลายคนตกม้าตาย ออกแบบมาสวยหรู แต่ “แขวนไม่ได้” หรือ “แขวนแล้วหลุด”
- รูต้องใหญ่พอ: ลูกบิดประตูบ้านในไทยมีทั้งแบบลูกบิดกลม (Knob) และแบบก้านโยก (Lever) รูเจาะต้องกว้างอย่างน้อย 1.2 – 1.5 นิ้ว ถึงจะครอบคลุมทุกแบบ
- ต้องมีรอยผ่า (Slit): เคยเห็นไหมครับ Door Tag ที่เจาะรูเฉยๆ แต่ไม่มีรอยผ่า… คนแจกต้องสอดลูกบิดเข้าไปทั้งอัน เสียเวลามาก! รอยผ่าช่วยให้คนแจกทำงานไวขึ้น แค่ “ง้าง แล้ว เกี่ยว” จบใน 2 วินาที
- กระดาษต้องหนา: ตรงตะขอนี่แหละครับที่รับน้ำหนัก ถ้ากระดาษบางเกินไป (ต่ำกว่า 200 แกรม) โดนลมพัดทีเดียว ขาดหลุดจากประตู ปลิวว่อนหมู่บ้าน กลายเป็นขยะทันที (แบรนด์เสียอีก)
ทำไมบางงานต้อง “ไดคัททรงพิเศษ”? (The Magic of Die-Cut)
มาถึงไฮไลท์ครับ! ถ้าคุณอยากให้ Door Tag ของคุณทำหน้าที่เป็น “เซลล์แมนมือทอง” ที่ลูกค้าเห็นแล้วต้องหยุดมอง คุณต้องกล้าที่จะ “บิด” รูปทรงครับ การทำ Die-cut (ไดคัท) คือการใช้ใบมีดปั๊มกระดาษออกมาเป็นรูปทรงอิสระตามที่คุณต้องการ ไม่ใช่แค่สี่เหลี่ยมทื่อๆ
ทำไมมันถึงเวิร์กกว่า?
- หยุดนิ้วโป้ง (ในโลกจริง): สมองคนเราชินกับกระดาษสี่เหลี่ยมครับ พอเห็นอะไรที่เป็นรูปทรงแปลกๆ เช่น รูปขวด รูปบ้าน รูปพิซซ่า สมองจะสั่งการทันทีว่า “เฮ้ย! นี่คืออะไร?” มันดึงดูดความสนใจ (Attention) ได้มากกว่า 300%
- สื่อสารโดยไม่ต้องอ่าน:
- ทำธุรกิจอสังหาฯ -> ทำป้ายทรง “รูปบ้าน” หรือ “รูปลูกกุญแจ”
- ทำร้านอาหาร -> ทำป้ายทรง “ชิ้นพิซซ่า” หรือ “ขวดน้ำ”
- ทำคลินิกความงาม -> ทำป้ายทรง “กระจกส่องหน้า”
- เห็นไหมครับ? ลูกค้ายังไม่ทันอ่านตัวหนังสือเลย เขารู้แล้วว่าคุณขายอะไร
- ความพรีเมียม: ป้ายไดคัทดู “แพง” และ “ใส่ใจ” กว่ามาครับ ลูกค้าจะรู้สึกว่าแบรนด์นี้ลงทุนจัง น่าเชื่อถือกว่าพวกใบปลิวสี่เหลี่ยมที่ถ่ายเอกสารมาแปะ
ไอเดียทรงยอดฮิต ที่ Pimdai.com แนะนำ
ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะทำทรงไหนดี ลองดูไอเดียพวกนี้ครับ รับรองว่าปัง!
A. ทรงกุญแจ / ทรงบ้าน (For Real Estate)
สำหรับนายหน้าขายบ้าน หรือนิติบุคคลหมู่บ้าน
- ดีไซน์: ด้านบนเป็นหลังคาบ้าน เจาะรูตรงปล่องไฟ ด้านล่างเป็นตัวบ้าน ใส่รายละเอียด
- ผลลัพธ์: คนรับรู้สึกอบอุ่น เหมือนได้รับข่าวสารจากเพื่อนบ้าน ไม่ใช่ใบปลิวขายของ
B. ทรงแขวนป้าย “ห้ามรบกวน” (Hotel Style)
ทรงคลาสสิกแบบโรงแรม (DND Sign) คือเป็นแท่งยาวๆ แล้วมีตะขอเกี่ยว
- ดีไซน์: เน้นความเรียบหรู ดูแพง
- เหมาะกับ: ธุรกิจบริการ เช่น สปา, คาร์แคร์เดลิเวอรี่, หรือบริการทำความสะอาด ที่ต้องการลุค Professional
C. ทรงสินค้าจริง (Product Replica)
อันนี้ไม้ตายก้นหีบ!
- ถ้าคุณขาย “ชานมไข่มุก” -> ทำ Door Tag เป็นรูป “แก้วชานม” เลยครับ
- ถ้าคุณขาย “เบอร์เกอร์” -> ทำเป็นทรง “เบอร์เกอร์ซ้อนชั้น”
- ผลลัพธ์: ความน่ากินจะพุ่งทะลุปรอท! คนเห็นแล้วหิวทันที กระตุ้น Impulse Buying ได้ดีที่สุด
D. ทรงที่มี “คูปองฉีก” ด้านล่าง (Perforated Bottom)
อันนี้เน้นฟังก์ชันครับ รูปทรงอาจจะปกติ แต่ด้านล่างมีการทำ “เส้นปรุ (Perforation)” ให้ฉีกได้
- ส่วนบน: แขวนไว้ดูข้อมูล
- ส่วนล่าง: ฉีกออกมาเป็น “คูปองส่วนลด” หรือ “นามบัตร” เก็บใส่กระเป๋าตังค์ได้
- ความคุ้ม: ใบเดียวได้ประโยชน์ 2 ต่อ ลูกค้าชอบมากกกก
เลือกกระดาษยังไง ให้แขวนแล้ว “ไม่ร่วง”?
รูปทรงดีแล้ว กระดาษต้องถึงด้วยนะครับ ไม่งั้นพัง!
- ความหนา: ขั้นต่ำต้อง 260 – 300 แกรม (Art Card) ครับ
- ถ้าบางกว่านี้ (เช่น 150-190 แกรม) เวลาแขวนแล้วมันจะ “งอตัว” หรือ “พับ” ลงมา ทำให้อ่านข้อความไม่รู้เรื่อง และลมพัดปลิวหายแน่นอน
- การเคลือบ (Coating): สำคัญมาก!
- เคลือบ PVC ด้าน/เงา: ช่วยกันน้ำ กันละอองฝน และกันแดดได้ระดับนึง ทำให้ป้ายดูแข็งแรงและสีสด
- เคลือบ UV: ช่วยให้เงาวาวเฉพาะจุด (Spot UV) เพิ่มความหรูหราได้
Pimdai Tip: ถ้าคุณจะแขวนในคอนโด (Indoor) กระดาษ 260 แกรม เอาอยู่ แต่ถ้าจะแขวนหน้าบ้านทาวน์โฮม (Outdoor) แนะนำ 300 แกรม + เคลือบ PVC เท่านั้นครับ เพื่อความชัวร์
ทำไมต้องสั่งทำ Door Tag กับ Pimdai.com?
อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าคุณเริ่มมีไอเดียพุ่งพล่านแล้วว่า “ฉันจะเอาทรงนี้แหละ!” แต่ไม่รู้จะไปสั่งใคร แวะมาหา Pimdai (พิมพ์ได้) ได้เลยครับ เราเชี่ยวชาญเรื่องงานตัด งานไดคัท เป็นพิเศษ
- ไดคัทเนียนกริบ (Precision Cutting):
- งานน้อย: เรามีเครื่อง Digital Die-cut ไม่ต้องทำบล็อกมีดให้เปลืองงบ สั่ง 100-200 ใบก็ตัดทรงพิเศษได้!
- งานเยอะ: เรามีเครื่องปั๊มบล็อกมาตรฐานอุตสาหกรรม สั่งเป็นหมื่นใบ ราคาต่อใบถูกจนตกใจ
- ช่วยออกแบบรูปทรง: ถ้าคุณวาดรูปไม่เก่ง บอกไอเดียมาครับ ทีมกราฟิกของเราจะช่วยร่างเส้นไดคัท (Die-line) ให้ ว่าทำทรงไหนถึงจะแขวนอยู่ และสวยด้วย
- กระดาษคุณภาพ: เราไม่ใช้กระดาษเกรดต่ำที่เปื่อยยุ่ยง่ายๆ เราคัดอาร์ตการ์ดที่ “แข็งและเด้ง” สู้มือ เหมาะกับการทำป้ายแขวนโดยเฉพาะ
- สีสด ทะลุประตู: เครื่องพิมพ์ของเราให้สีที่สดมากกก (สำคัญมากสำหรับรูปอาหาร) แขวนหน้าบ้านสีซีดๆ รับรองว่าป้ายเราเด่นเด้งออกมาแน่นอน
บทสรุป: กล้าที่จะแตกต่าง ยอดขายก็แตกต่าง
ในวันที่คู่แข่งของคุณยังแจกใบปลิวสี่เหลี่ยมทื่อๆ การที่คุณลงทุนทำ Door Tag ทรงพิเศษ มันคือการประกาศศักดาว่า “แบรนด์ฉันไม่ธรรมดานะ”
การลงทุนค่าไดคัทเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย (หลักสตางค์ต่อใบ) แลกกับการที่ลูกค้า “หยิบ” “มอง” และ “จดจำ” แบรนด์ของคุณได้มากกว่าเดิมหลายเท่า ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในโลก Marketing แล้วครับ
อย่าปล่อยให้หน้าบ้านลูกค้าว่างเปล่า… ให้ Door Tag ดีไซน์เก๋ๆ จาก Pimdai.com ไปทำหน้าที่เรียกลูกค้าแทนคุณวันนี้เลย!
หากคุณกำลังมองหางานพิมพ์คุณภาพครบวงจร ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @pimdai หรือเยี่ยมชมผลงานคุณภาพได้ที่ www.pimdai.com เปลี่ยนงานพิมพ์ของคุณให้โดดเด่นและน่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยบริการจาก Pimdai.com วันนี้!
Post Views: 9
