Skip to main content

Pimdai.com พาร์ทเนอร์งานพิมพ์

เตรียมของอุปกรณ์ออกบูธยังไงไม่ให้ลืมของสำคัญวันงาน

เตรียมอุปกรณ์ออกบูธยังไงไม่ให้ลืมของสำคัญวันงาน แนะนำ Checklist ป้าย Roll up เอกสาร อุปกรณ์ขาย สายไฟ QR Code และของสำรอง

เตรียมของอุปกรณ์ออกบูธยังไงไม่ให้ลืมของสำคัญวันงาน

การออกบูธให้ราบรื่นไม่ได้เริ่มในเช้าวันงาน แต่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมของก่อนวันจริง เพราะปัญหาที่เจอบ่อยไม่ได้มีแค่ลืมสินค้า แต่รวมถึงลืมสายชาร์จ ปลั๊กพ่วง QR Code ป้ายราคา นามบัตร เทป กรรไกร อุปกรณ์ติดตั้ง หรือแม้แต่ของเล็ก ๆ ที่ดูไม่สำคัญ แต่พอไม่มีแล้วกลับทำให้หน้างานติดขัดมาก
วิธีที่ช่วยลดปัญหาได้ดีที่สุดคือไม่เตรียมของจากความจำ แต่แยกอุปกรณ์ออกเป็นหมวด แล้วทำ Checklist ตรวจทีละรายการ ตั้งแต่ป้ายและอุปกรณ์ตกแต่ง สินค้า เอกสาร อุปกรณ์ขาย ของใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ซ่อมหน้างาน ไปจนถึงของใช้สำหรับทีมงาน หากจัดของเป็นระบบและตรวจซ้ำก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้วันงานไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อของเพิ่มเติมหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเกินความจำเป็น

เริ่มจากทำรายการตามโซนของบูธ

วิธีง่ายที่สุดในการไม่ลืมของคือคิดจากภาพบูธจริงว่าแต่ละจุดต้องใช้อะไรบ้าง แทนที่จะเขียนรายการแบบนึกอะไรได้ก็ใส่ลงไป

โซนหน้าบูธ

พื้นที่ด้านหน้ามีหน้าที่ดึงคน จึงควรตรวจว่ามีป้าย Roll up ป้ายสแตนดี้ ป้ายโปรโมชั่น หรือสินค้าตัวเด่นครบหรือไม่ รวมถึงฐานป้ายและอุปกรณ์ที่ใช้ตั้ง

โซนโชว์สินค้า

ตรวจว่าสินค้าตัวอย่าง ชั้นวาง แท่นโชว์ ป้ายราคา ป้ายรายละเอียดสินค้า และอุปกรณ์สำหรับจัดวางถูกเตรียมครบหรือยัง

โซนเคาน์เตอร์

ควรมี QR Code นามบัตร โบรชัวร์ อุปกรณ์รับชำระเงิน สมุดจด ปากกา และอุปกรณ์รับออเดอร์อยู่ในกล่องเดียวกัน เพื่อให้หยิบใช้ง่าย

โซนหลังบูธ

พื้นที่ด้านหลังมักใช้เก็บสินค้าเพิ่ม กล่อง ถุงแพ็กของ อุปกรณ์สำรอง สายไฟ และของส่วนตัว ควรวางแผนไว้ก่อนว่าจะเก็บตรงไหน เพื่อไม่ให้ด้านหน้าบูธรก
เตรียมป้ายและอุปกรณ์สร้างภาพลักษณ์ให้ครบ
เตรียมป้ายและอุปกรณ์สร้างภาพลักษณ์ให้ครบ

เตรียมป้ายและอุปกรณ์สร้างภาพลักษณ์ให้ครบ

ป้ายเป็นของที่ลืมไม่ได้ เพราะหากไม่มี บูธอาจดูเหมือนโต๊ะขายสินค้าธรรมดาและลูกค้าไม่รู้ว่าเป็นแบรนด์อะไร

ป้าย Roll up

ตรวจทั้งตัวป้าย ฐาน และกระเป๋าใส่ป้าย หากเป็น Roll up ที่ใช้งานมาหลายครั้ง ควรกางตรวจล่วงหน้าว่าป้ายยังดึงขึ้นและล็อกได้ตามปกติ

ป้ายสแตนดี้

หากใช้ป้ายสแตนดี้ ควรตรวจฐาน ขาตั้ง และชิ้นส่วนประกอบให้ครบ ไม่ควรแยกเก็บหลายกล่องจนวันงานหาไม่เจอ

Backdrop

ถ้ามี Backdrop ต้องตรวจจำนวนโครง ผ้า กราฟิก คลิปล็อก และอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด เพราะลืมชิ้นส่วนเพียงชิ้นเดียวอาจทำให้ประกอบไม่ได้

ป้ายราคาและป้ายโปรโมชั่น

ควรเตรียมแยกตามหมวดสินค้า และตรวจว่าราคาตรงกับโปรโมชั่นของงานจริง ไม่ควรนำป้ายราคาเก่ามาใช้โดยไม่ตรวจข้อมูลก่อน

แยกสินค้าเป็นสินค้าขายและสินค้าตัวอย่าง

การนับสินค้าก่อนออกงานควรแยกประเภทให้ชัด เพื่อป้องกันการหยิบตัวอย่างขายจนไม่มีของโชว์ หรือคิดว่าสินค้าตัวอย่างเป็นสต็อกพร้อมขาย

สินค้าตัวอย่าง

ทำเครื่องหมายหรือแยกกล่องชัดเจนว่าเป็น SAMPLE เพื่อให้ทีมงานรู้ว่าไม่ควรขายออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

สินค้าพร้อมขาย

ควรนับจำนวนและแยกตามรุ่น สี ไซซ์ หรือประเภท เพื่อให้ง่ายต่อการเช็กสต็อกระหว่างวัน

สินค้าสำรอง

สินค้าขายดีควรเผื่อเพิ่มหากมีพื้นที่ขนส่งเพียงพอ เพราะการขายหมดเร็วอาจทำให้เสียโอกาสในช่วงท้ายงาน

รายการสต็อก

ควรมีตารางจำนวนก่อนเริ่มงาน เพื่อให้เช็กได้ว่านำไปกี่ชิ้น ขายไปกี่ชิ้น และเหลือกลับมากี่ชิ้น

เตรียมเอกสารและสื่อแจกให้พร้อม

เอกสารเป็นอีกกลุ่มที่ลืมง่าย เพราะมักเตรียมแยกจากสินค้าหรือป้าย

นามบัตร

ควรเตรียมมากกว่าจำนวนที่คิดว่าจะใช้เล็กน้อย โดยเฉพาะงาน B2B หรืองานที่มีโอกาสเจอผู้ซื้อ ผู้จัดจำหน่าย หรือพาร์ตเนอร์

โบรชัวร์

ตรวจจำนวนและข้อมูลให้เรียบร้อย โดยเฉพาะราคา เบอร์โทร เว็บไซต์ และ LINE หากข้อมูลเปลี่ยนควรแก้ก่อนนำไปแจก

ใบปลิวโปรโมชัน

หากเป็นโปรเฉพาะงาน ควรแยกจากโบรชัวร์ปกติ เพื่อไม่ให้ทีมงานหยิบผิด

ใบสั่งซื้อหรือแบบฟอร์ม

ธุรกิจที่รับออเดอร์ในงานควรมีแบบฟอร์มสำรองทั้งแบบกระดาษและดิจิทัลในกรณีอินเทอร์เน็ตมีปัญหา

QR Code ต้องทดสอบก่อนวันงาน

หลายบูธเตรียม QR Code ไว้ครบ แต่พอถึงงานกลับสแกนไม่ได้ ลิงก์ผิด หรือเปิดไปหน้าเก่า จึงควรตรวจล่วงหน้าทุกครั้ง

QR Code LINE

ทดลองสแกนจากโทรศัพท์อย่างน้อย 2 เครื่อง และเช็กว่าเข้า LINE ของแบรนด์ถูกบัญชี

QR Code แคตตาล็อก

เปิดตรวจว่าลิงก์ยังทำงาน ไฟล์เปิดได้ และข้อมูลสินค้าเป็นเวอร์ชันล่าสุด

QR Code ชำระเงิน

ตรวจชื่อบัญชีและข้อมูลการรับเงินให้ถูกต้อง ไม่ควรใช้ภาพ QR เก่าที่อาจไม่ตรงกับบัญชีที่ต้องการใช้ในงาน

QR Code โปรโมชั่น

หากมีคูปองหรือฟอร์มลงทะเบียน ควรลองทำขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนเป็นลูกค้าจริง

อุปกรณ์รับเงินและปิดการขายต้องมีสำรอง

หากขายของหน้างาน อุปกรณ์รับชำระเงินถือว่าสำคัญมาก เพราะหากมีปัญหาอาจเสียยอดขายได้ทันที

เงินสดทอน

หากรับเงินสด ควรเตรียมเงินย่อยสำหรับทอน และแยกกล่องเงินออกจากเงินส่วนตัวของทีมงาน

QR Payment

ควรมีป้าย QR อย่างน้อย 1 จุดที่เคาน์เตอร์ และอาจมีสำรองอีกใบ เผื่อใบหลักเสียหายหรือถูกบัง

โทรศัพท์หรือแท็บเล็ต

ตรวจแบตเตอรี่ อินเทอร์เน็ต และแอปที่จำเป็นก่อนออกงาน รวมถึงล็อกอินบัญชีที่ต้องใช้ให้พร้อม

เครื่องรูดบัตร

ถ้ามี ควรชาร์จเต็ม ตรวจสัญญาณ และทดลองใช้งานก่อนวันจริง

อุปกรณ์ไฟฟ้าคือของที่ลืมบ่อยที่สุด

มือถือ แท็บเล็ต จอ ไฟ หรือเครื่องรับชำระเงินทั้งหมดต้องใช้ไฟ การลืมสายชาร์จหรือปลั๊กพ่วงจึงสร้างปัญหาได้มาก

ปลั๊กพ่วง

ควรเตรียมสายยาวพอสำหรับตำแหน่งบูธ และหากต้องใช้หลายอุปกรณ์ควรตรวจจำนวนช่องเสียบให้เพียงพอ

สายชาร์จ

แยกตามอุปกรณ์ เช่น USB-C, Lightning หรือสายเฉพาะของเครื่องต่าง ๆ ไม่ควรคิดว่าจะสามารถใช้เส้นเดียวร่วมกันได้ทั้งหมด

Power Bank

ควรชาร์จเต็มก่อนออกจากบ้านหรือออฟฟิศ และถ้ามีทีมหลายคนควรมีมากกว่า 1 ก้อน

หัวชาร์จ

อย่าลืมหัว Adapter เพราะหลายครั้งเตรียมสายมาแล้วแต่ไม่มีหัวต่อปลั๊ก

กล่องอุปกรณ์ฉุกเฉินควรมีทุกบูธ

กล่องเล็ก ๆ หนึ่งกล่องสามารถช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้มาก และควรเป็นกล่องที่เตรียมไว้สำหรับงานอีเวนต์โดยเฉพาะ

เทปใสและเทปสองหน้า

ใช้ติดป้าย แก้กระดาษหลุด หรือติดอุปกรณ์เล็ก ๆ หน้างาน

กรรไกรและคัตเตอร์

ใช้แกะกล่อง ตัดเทป ตัดเชือก หรือตัดวัสดุที่ต้องแก้หน้างาน

เคเบิลไทร์

เหมาะกับการเก็บสายไฟ ยึดป้าย หรือแก้โครงบางส่วนแบบชั่วคราว

คลิปหนีบและหนังยาง

ของเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยจัดเอกสารและแก้ปัญหาหน้างานได้บ่อยกว่าที่คิด

ปากกาและ Marker

ควรมีหลายด้ามสำหรับทีมงาน ใช้เขียนชื่อ ราคา หรือแก้ข้อมูลชั่วคราว

เตรียมอุปกรณ์แพ็กสินค้าสำหรับคนที่ซื้อหน้างาน

ถ้ามีการขายจริง ต้องคิดถึงขั้นตอนหลังลูกค้าจ่ายเงินด้วย

ถุงสินค้า

เตรียมหลายขนาดหากสินค้ามีหลายขนาด และควรคำนวณจากจำนวนสินค้าที่อาจขายได้

กล่อง

สินค้าที่แตกง่ายหรือมีขนาดใหญ่ควรมีบรรจุภัณฑ์เหมาะสม ไม่ควรให้ลูกค้าถือกลับโดยไม่มีการป้องกัน

สติ๊กเกอร์ปิดถุง

ช่วยให้แพ็กเกจดูเป็นแบรนด์ขึ้น และยังใช้เป็นตัวปิดถุงหรือกล่องได้

กระดาษกันกระแทก

ควรเตรียมหากสินค้ามีโอกาสเสียหายระหว่างเดินทางกลับของลูกค้า

ของสำหรับทีมงานก็ต้องอยู่ใน Checklist

หลายครั้งเตรียมของขายครบ แต่ทีมงานไม่มีสิ่งที่จำเป็น จนส่งผลต่อการทำงานทั้งวัน

เสื้อทีม

ควรแยกตามชื่อหรือไซซ์ก่อนวันงาน เพื่อไม่ต้องเสียเวลาหาในตอนเช้า

ป้ายชื่อ

ถ้างานต้องพบลูกค้าธุรกิจ ป้ายชื่อช่วยให้ดูเป็นมืออาชีพและลูกค้าจำชื่อคนที่คุยด้วยได้

น้ำดื่ม

งานอีเวนต์มักต้องยืนและพูดตลอดวัน ควรเตรียมน้ำไว้ด้านหลังบูธ แต่ไม่วางขวดน้ำเต็มโต๊ะด้านหน้า

ยาดมหรือของใช้ส่วนตัวพื้นฐาน

ของจำเป็นเล็ก ๆ ควรจัดไว้หลังบูธ เพื่อไม่ต้องเดินออกไปหาซื้อระหว่างช่วงที่ลูกค้าเยอะ

ใช้ระบบกล่องแยกหมวด ลดโอกาสลืมได้มาก

การโยนของทุกอย่างลงกล่องใหญ่ใบเดียวอาจดูง่ายตอนขน แต่จะเสียเวลามากเมื่อถึงหน้างาน

กล่อง A ป้ายและอุปกรณ์ติดตั้ง

ใส่ป้ายราคา ป้ายตั้งโต๊ะ เทป กรรไกร คลิป และอุปกรณ์ประกอบ

กล่อง B เอกสารและงานขาย

ใส่นามบัตร โบรชัวร์ ใบสั่งซื้อ ปากกา QR Code และอุปกรณ์เคาน์เตอร์

กล่อง C ไฟฟ้า

ใส่ปลั๊กพ่วง สายชาร์จ Power Bank Adapter และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

กล่อง D แพ็กสินค้า

ใส่ถุง กล่อง สติ๊กเกอร์ เทป และวัสดุกันกระแทก

กล่อง E ของสำรอง

เก็บอุปกรณ์ที่อาจต้องใช้ฉุกเฉิน เช่น ป้ายสำรอง เทปเพิ่ม สายชาร์จเพิ่ม หรือวัสดุซ่อมเล็ก ๆ

ติดป้ายชื่อด้านนอกกล่องทุกใบ

เป็นวิธีง่ายมากแต่ช่วยได้เยอะ เพราะเวลาถึงสถานที่จริงทีมงานสามารถหยิบกล่องถูกใบได้ทันที

ระบุทั้งชื่อและรายการหลัก

เช่น “กล่อง 01 – เอกสาร / QR / นามบัตร” หรือ “กล่อง 02 – สายไฟ / ปลั๊ก / Power Bank”

ใส่หมายเลขกล่อง

ถ้ามีหลายกล่องควรระบุ เช่น 1/5, 2/5, 3/5 เพื่อให้ก่อนออกเดินทางสามารถตรวจได้ทันทีว่าครบ 5 ใบหรือยัง

ก่อนขนของต้องมีการตรวจแบบสองรอบ

วิธีลดการลืมที่ได้ผลคืออย่าตรวจเพียงครั้งเดียว

รอบแรก ตรวจตอนแพ็ก

คนแพ็กของควรติ๊ก Checklist เมื่อวางของลงกล่องจริง ไม่ควรติ๊กก่อนแพ็กเพราะคิดว่า “เดี๋ยวค่อยหยิบ”

รอบสอง ตรวจตอนขึ้นรถ

ตรวจจำนวนกระเป๋า กล่อง ป้าย Roll up สแตนดี้ และสินค้าครบอีกครั้งก่อนรถออก เพื่อป้องกันของที่แพ็กแล้วแต่ยังวางอยู่ในออฟฟิศ

คืนก่อนงานควรทำอะไรบ้าง

อย่ารอเช็กทุกอย่างในตอนเช้าวันงาน เพราะเวลามักน้อยกว่าที่คิด

ชาร์จอุปกรณ์ทั้งหมด

โทรศัพท์ แท็บเล็ต Power Bank เครื่องรูดบัตร ลำโพง หรืออุปกรณ์อื่นควรชาร์จเต็ม

ดาวน์โหลดไฟล์ที่ต้องใช้เก็บไว้ในเครื่อง

แคตตาล็อก รูปสินค้า ราคา หรือ Presentation ควรมีแบบ Offline เผื่ออินเทอร์เน็ตหน้างานไม่ดี

ตรวจ QR Code อีกครั้ง

เช็กทั้ง LINE เว็บไซต์ ฟอร์ม และ Payment QR

เช็กเวลาและจุดเข้าพื้นที่

ทีมงานควรรู้ว่าต้องเข้าทางไหน เวลา Setup กี่โมง และมีข้อจำกัดเรื่องรถขนของหรือไม่

เช้าวันงานควรเช็กเพียงของที่ออกจากที่พัก

หากคืนก่อนจัดของเรียบร้อยแล้ว ตอนเช้าควรตรวจเฉพาะรายการสำคัญ เช่น โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ เอกสารส่วนตัว บัตรเข้างาน และกล่องทั้งหมด เพื่อไม่ให้ต้องรื้อของใหม่จนเกิดความสับสน

Checklist อุปกรณ์ออกบูธก่อนออกจากบ้านหรือออฟฟิศ

ป้ายและบูธ

ป้าย Roll up
ป้ายสแตนดี้
Backdrop และโครง
เคาน์เตอร์หรืออุปกรณ์ประกอบ
ป้ายราคา
ป้ายโปรโมชั่น

สินค้า

สินค้าตัวอย่าง
สินค้าพร้อมขาย
สินค้าสำรอง
รายการสต็อก
อุปกรณ์โชว์สินค้า

เอกสาร

นามบัตร
โบรชัวร์
ใบปลิว
แคตตาล็อก
ใบสั่งซื้อ
ปากกา

การขาย

QR Payment
QR LINE
โทรศัพท์หรือแท็บเล็ต
เงินทอน
เครื่องรูดบัตรถ้ามี
ข้อมูลราคา

ไฟฟ้า

ปลั๊กพ่วง
สายชาร์จ
Adapter
Power Bank
สายต่อที่จำเป็น
แบตเตอรี่สำรองถ้ามี

อุปกรณ์ฉุกเฉิน

เทปใส
เทปสองหน้า
กรรไกร
คัตเตอร์
เคเบิลไทร์
คลิปหนีบ
Marker

แพ็กสินค้า

ถุง
กล่อง
สติ๊กเกอร์
เทปแพ็ก
วัสดุกันกระแทก
ใบเสร็จหรือเอกสารแนบ

ทีมงาน

เสื้อทีม
ป้ายชื่อ
บัตรเข้างาน
น้ำดื่ม
โทรศัพท์
ของใช้ส่วนตัวจำเป็น

ข้อผิดพลาดที่ทำให้วันงานวุ่นวายโดยไม่จำเป็น

ไม่มี Checklist กลาง

หากแต่ละคนจำของเอง จะเกิดปัญหาคิดว่าอีกคนเตรียมแล้ว ควรมีรายการกลางเพียงชุดเดียวและระบุผู้รับผิดชอบ

เก็บอุปกรณ์กระจายหลายที่

สายไฟอยู่ห้องหนึ่ง ป้ายอยู่อีกห้อง สินค้าอยู่อีกโกดัง ทำให้วันขนของมีโอกาสลืมสูง ควรรวมอุปกรณ์ไว้จุดเดียวก่อนวันงาน

ไม่ตรวจอุปกรณ์เก่า

Roll up ที่ใช้ได้ครั้งก่อนอาจเสียแล้ว สายชาร์จอาจขาด หรือ Power Bank อาจเสื่อม ควรทดสอบ ไม่ใช่แค่เห็นว่ามีอยู่

เตรียมของพอดีเกินไป

ของบางประเภทควรมีสำรอง เช่น ปากกา เทป ถุงสินค้า สายชาร์จ และ QR Code เพราะเป็นของที่หากหายหรือเสียแล้วกระทบงานทันที

ไม่มีคนรับผิดชอบแต่ละหมวด

ถ้าทุกคนรับผิดชอบทุกอย่าง สุดท้ายอาจไม่มีใครตรวจจริง ควรแบ่งว่าใครดูสินค้า ใครดูเอกสาร ใครดูไฟฟ้า และใครตรวจของก่อนขึ้นรถ

สรุป

การเตรียมอุปกรณ์ออกบูธไม่ให้ลืมของสำคัญวันงาน ควรเริ่มจากการแยกของเป็นหมวดและใช้ Checklist แทนการจำ เช่น ป้ายและอุปกรณ์บูธ สินค้า เอกสาร อุปกรณ์ขาย ไฟฟ้า ของแพ็กสินค้า อุปกรณ์ฉุกเฉิน และของใช้ทีมงาน จากนั้นจัดใส่กล่องตามหมวด ติดชื่อกล่อง และตรวจอย่างน้อยสองรอบทั้งตอนแพ็กและก่อนขึ้นรถ
ของที่มักสร้างปัญหามากที่สุดมักไม่ใช่อุปกรณ์ชิ้นใหญ่ แต่เป็นของเล็กอย่างสายชาร์จ ปลั๊กพ่วง เทป กรรไกร ปากกา QR Code และถุงสินค้า ดังนั้นการมีชุดสำรองและกล่องอุปกรณ์ฉุกเฉินจะช่วยให้ทีมแก้ปัญหาหน้างานได้ง่ายขึ้น เมื่อเตรียมของเป็นระบบ วันงานก็จะเหลือเวลาไปโฟกัสกับการจัดบูธ พูดคุยกับลูกค้า และขายสินค้าได้เต็มที่มากกว่าเสียเวลาตามหาของที่ลืม
หากคุณกำลังมองหางานพิมพ์คุณภาพครบวงจร ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @pimdai หรือเยี่ยมชมผลงานคุณภาพได้ที่ www.pimdai.com เปลี่ยนงานพิมพ์ของคุณให้โดดเด่นและน่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยบริการจาก Pimdai.com วันนี้!
อ่านบทความเกี่ยวกับ ชุดอุปกรณ์ออกบูธ เพิ่มเติมได้ที่นี่