Skip to main content

Pimdai.com พาร์ทเนอร์งานพิมพ์

ทำเสื้อพิมพ์ลายแจกงานอีเวนต์ เลือกแบบไหนดีให้คนอยากใส่ต่อ

ทำเสื้อพิมพ์ลายแจกงานอีเวนต์ เลือกแบบไหนดีให้คนอยากใส่ต่อ แนะนำทรง สี เนื้อผ้า ลายพิมพ์ และดีไซน์ให้ดูดีแม้หลังจบงาน

ทำเสื้อพิมพ์ลายแจกงานอีเวนต์ เลือกแบบไหนดีให้คนอยากใส่ต่อ

เสื้อพิมพ์ลายเป็นของแจกในงานอีเวนต์ที่มีข้อดีมาก เพราะไม่ใช่แค่ของที่ผู้ร่วมงานรับกลับบ้าน แต่ยังสามารถกลายเป็นสื่อของแบรนด์ที่ถูกนำไปใช้งานต่อได้อีก หากเสื้อมีดีไซน์ดี ใส่สบาย และดูไม่เหมือนเสื้อกิจกรรมจนเกินไป คนรับก็มีโอกาสหยิบกลับมาใส่ในวันปกติ ทำให้ชื่อแบรนด์หรือภาพจำจากงานยังถูกมองเห็นต่อหลังจบกิจกรรม
แต่เสื้อแจกงานจำนวนไม่น้อยถูกใส่เพียงครั้งเดียว เพราะมีโลโก้ใหญ่เกินไป สีแรงเกินไป ข้อความยาว หรือทรงเสื้อไม่เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นถ้าอยากให้เสื้อพิมพ์ลายแจกงานอีเวนต์มีคุณค่ามากกว่าของแจกวันเดียว ควรออกแบบโดยคิดเหมือนกำลังทำ “เสื้อที่คนอยากซื้อใส่เอง” มากกว่าคิดว่าเป็นเพียงพื้นที่สำหรับใส่โลโก้

เริ่มจากคิดว่าเสื้อต้องใส่ได้หลังจบงาน

ก่อนเลือกสีหรือวางโลโก้ ควรถามก่อนว่า ถ้าไม่มีงานอีเวนต์แล้ว คนรับยังอยากใส่เสื้อตัวนี้ออกจากบ้านหรือไม่

อย่าทำให้ดูเป็นเสื้อ Staff มากเกินไป

เสื้อที่มีโลโก้เต็มหน้า ชื่องาน วันที่ สปอนเซอร์ และข้อความหลายบรรทัด อาจเหมาะกับทีมงาน แต่ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับของแจก

ทำให้ใกล้เสื้อแฟชั่นมากขึ้น

ใช้โลโก้ขนาดเล็ก กราฟิกที่มี Character หรือข้อความสั้นที่ดูดีแม้ไม่รู้จักงานมาก่อน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนหยิบมาใส่ซ้ำ

ให้ความสำคัญกับความเรียบ

เสื้อแจกไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับงาน ควรเลือกเฉพาะองค์ประกอบที่สร้างภาพจำได้ดีที่สุด
ทำเสื้อพิมพ์ลายแจกงานอีเวนต์ เลือกแบบไหนดีให้คนอยากใส่ต่อ
ทำเสื้อพิมพ์ลายแจกงานอีเวนต์ เลือกแบบไหนดีให้คนอยากใส่ต่อ

ทรงเสื้อสำคัญมากกว่าที่คิด

ต่อให้ลายสวย แต่ถ้าทรงใส่แล้วไม่ดี คนก็อาจไม่หยิบมาใส่อีก

ทรง Regular

เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ใส่ง่ายกับคนหลายกลุ่ม และเหมาะกับงานบริษัท งานสัมมนา หรืองานทั่วไป

ทรง Oversize

เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่น งานแฟชั่น งานดนตรี หรือแบรนด์ Lifestyle และช่วยให้เสื้อแจกดูเหมือนสินค้าแฟชั่นมากขึ้น

ทรง Sport

เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง งานวิ่ง กีฬา หรือกิจกรรมที่คนต้องเคลื่อนไหวเยอะ
ควรเลือกทรงให้สัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมงาน ไม่ใช่เลือกจากความชอบของทีมจัดงานเพียงอย่างเดียว

เนื้อผ้าต้องใส่สบายจริง

เสื้อแจกที่ใส่แล้วร้อน หนัก หรือระคายผิว มักถูกเก็บไว้มากกว่านำมาใช้

งานในร่ม

สามารถเลือกผ้าที่ให้สัมผัสนุ่มและทรงสวยเป็นหลัก

งานกลางแจ้ง

ควรเลือกผ้าที่น้ำหนักเบา ระบายอากาศดี และแห้งไว

งานกีฬา

ควรให้ความสำคัญกับการระบายเหงื่อและการเคลื่อนไหว

เสื้อที่อยากให้ใส่ต่อในชีวิตประจำวัน

ควรเลือกเนื้อผ้าที่ดูไม่เหมือนเสื้อกิจกรรมมากเกินไป และสามารถแมตช์กับกางเกงทั่วไปได้ง่าย

สีเสื้อควรเป็นสีที่คนส่วนใหญ่ใส่ได้

หากแจกให้ผู้ร่วมงานจำนวนมาก ควรเลือกสีที่ใช้งานง่าย

สีดำ

ดูเท่ ใส่ง่าย และเข้ากับหลายสไตล์

สีขาว

สะอาด เรียบ และเหมาะกับกราฟิกหลายแบบ

สีกรม

ดูสุภาพแต่ไม่แก่ และเหมาะกับทั้งชายและหญิง

สีเทา

เป็นกลางและใส่ง่าย

สีครีม

ให้ความรู้สึกแฟชั่นและ Lifestyle มากขึ้น

ถ้าอยากใช้สีแบรนด์ ควรใช้ยังไงไม่ให้แรงเกินไป

ไม่จำเป็นต้องทำเสื้อทั้งตัวเป็นสีแบรนด์เสมอไป

ใช้สีแบรนด์เป็น Accent

เช่น โลโก้ เส้นกราฟิก ลายด้านหลัง หรือรายละเอียดเล็ก ๆ

ใช้เสื้อสี Neutral

แล้วนำสีแบรนด์ไปใช้กับ Artwork จะช่วยให้ใส่ง่ายกว่า

ถ้าสีแบรนด์เป็นสีสดมาก

เช่น เหลือง ส้ม หรือชมพูสด อาจใช้เพียงบางส่วนแทนการทำพื้นเสื้อทั้งหมด

โลโก้ควรเล็กลง ถ้าอยากให้คนใส่ต่อ

เสื้อแจกไม่จำเป็นต้องใช้โลโก้ใหญ่เพื่อให้คนจำแบรนด์

หน้าอกซ้าย

เป็นตำแหน่งที่ใช้ง่ายและดูเรียบร้อย

กลางอกขนาดเล็ก

เหมาะกับเสื้อแนวมินิมอล

ด้านหลัง

สามารถใส่โลโก้ร่วมกับกราฟิกหรือข้อความสั้นเพื่อสร้างจุดเด่น

ใช้กราฟิกแทนการใส่โลโก้อย่างเดียว

หากแบรนด์มี Character หรือ Story สามารถนำมาทำเป็นลายที่คนอยากใส่มากขึ้น

Illustration

เหมาะกับแบรนด์วัยรุ่น งานศิลปะ งานดนตรี และ Community

Mascot

ช่วยให้คนจำแบรนด์ได้โดยไม่ต้องใส่โลโก้ใหญ่มาก

Pattern

สามารถใช้สีหรือรูปทรงจากแบรนด์มาต่อยอดให้เป็นลายเสื้อที่ดูมีสไตล์

Typography

ใช้คำหรือประโยคสั้นที่สัมพันธ์กับงาน แต่ยังอ่านแล้วดูดีนอกบริบทงาน

ข้อความบนเสื้อควรสั้นและใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

ข้อความยาวหรือเป็นภาษางานเกินไปอาจทำให้คนไม่อยากใส่หลังจบอีเวนต์

ตัวอย่างที่ใส่ง่าย

ชื่อแคมเปญสั้น ๆ
Tagline
คำที่เกี่ยวกับ Community
ปีของกิจกรรมแบบเล็ก ๆ
ชื่อ Event แบบออกแบบให้เหมือน Graphic

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

ข้อความประชาสัมพันธ์ยาว
เบอร์โทร
รายการ Sponsor ขนาดใหญ่
รายละเอียดสถานที่จัดงาน
ข้อความเชิงขายตรงมากเกินไป

วันที่จัดงานควรใส่ไหม

ใส่ได้ แต่ควรพิจารณาว่ามีผลกับการใส่ต่อหรือไม่

ถ้าเป็นงานประจำปี

การใส่ปีแบบเล็ก ๆ อาจทำให้เสื้อมีความรู้สึกเป็นของสะสม

ถ้าอยากให้ใส่ได้นาน

ไม่จำเป็นต้องใส่วันที่แบบเด่นมาก สามารถซ่อนไว้ในกราฟิกหรือบริเวณเล็ก ๆ แทน

Sponsor ควรวางตรงไหน

หากงานมีผู้สนับสนุนและจำเป็นต้องมีโลโก้หลายแบรนด์ ควรวางให้เป็นระเบียบ

ด้านหลังช่วงล่าง

เป็นตำแหน่งที่ไม่แย่งลายหลักมาก

แขนเสื้อ

เหมาะกับโลโก้เล็ก

อย่าทำ Sponsor ใหญ่เท่าลายหลัก

เพราะจะทำให้เสื้อดูเป็นเสื้อกิจกรรมและลดโอกาสถูกนำไปใส่ในชีวิตประจำวัน

ลายด้านหน้าควรเรียบกว่าด้านหลังได้

เป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมเพราะใส่ง่าย

ด้านหน้า

โลโก้เล็กหรือ Graphic สั้น

ด้านหลัง

ใช้ Artwork ใหญ่กว่าได้
ช่วยให้เสื้อมีรายละเอียดแต่ยังดูไม่แน่นเมื่อมองจากด้านหน้า

ถ้าอยากได้เสื้อแนว Minimal

ใช้เสื้อสีพื้น

ดำ ขาว ครีม หรือกรม

โลโก้เล็ก

วางหน้าอกซ้าย

ด้านหลังใช้เพียงข้อความเดียว

อาจเป็นชื่อแคมเปญหรือคำสั้น
ดีไซน์แบบนี้ใส่ง่ายและมีโอกาสถูกใช้ต่อสูง

ถ้าอยากได้เสื้อแนว Street

ใช้ทรง Oversize

ช่วยให้เข้ากับสไตล์มากขึ้น

Artwork ด้านหลังใหญ่

ใช้ Illustration หรือ Typographic Graphic

ด้านหน้าเรียบ

ทำโลโก้หรือสัญลักษณ์เล็ก ๆ เพื่อให้ดูเหมือนเสื้อแฟชั่น

ถ้าอยากได้เสื้อแนว Sport

ใช้เนื้อผ้าที่ระบายอากาศดี

เหมาะกับการเคลื่อนไหว

สามารถใช้สีและกราฟิกมากขึ้น

แต่ยังควรมีสีหลักที่ชัด

ใช้ Pattern ทั้งตัวได้

โดยเฉพาะงานที่ใช้เทคนิคพิมพ์เต็มตัว แต่ควรคุม Pattern ไม่ให้รกเกินไป

ต้องคิดเรื่องคนหลายวัยด้วย

ถ้างานมีผู้เข้าร่วมหลายช่วงอายุ ดีไซน์กลาง ๆ มักปลอดภัยกว่า

ใช้สีไม่แรงเกินไป

Neutral หรือสีแบรนด์โทนเข้มใช้ง่าย

เลี่ยงลายที่เฉพาะวัยเกินไป

ถ้าไม่ใช่งานที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

ใช้ทรงมาตรฐาน

เพื่อให้ใส่ได้หลายกลุ่ม

ไซซ์เสื้อแจกควรวางแผนอย่างไร

ควรมีหลายไซซ์ ไม่ใช่ผลิตแต่ไซซ์กลางจำนวนมาก

เก็บข้อมูลล่วงหน้า

หากมีระบบลงทะเบียน สามารถให้ผู้ร่วมงานเลือกไซซ์ก่อน

ถ้าแจกหน้างาน

ควรกระจายจำนวนไซซ์ตามกลุ่มผู้ร่วมงานที่คาดไว้

มีไซซ์สำรอง

เผื่อจำนวนผู้ร่วมงานจริงไม่ตรงกับประมาณการ

ถ้าแจกแบบ One Size ต้องระวัง

One Size ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดสต็อก แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

หากใช้

ทรง Oversize มักเหมาะกว่า เพราะมีความยืดหยุ่นมากกว่า Regular Fit

ควรทดลองใส่หลายรูปร่าง

ก่อนผลิตจำนวนมาก

เสื้อพิมพ์ลายเต็มตัวเหมาะกับของแจกไหม

เหมาะ หากงานมี Character ชัดและต้องการสร้าง Impact

เหมาะกับ

งานกีฬา
เทศกาล
งานดนตรี
กิจกรรม Outdoor
Community Event

แต่ต้องระวัง

ถ้ากราฟิกเยอะเกินไป คนอาจไม่อยากใส่ในวันปกติ

เสื้อแบบไหนมีโอกาสถูกใส่ต่อมากกว่า

โดยทั่วไป เสื้อที่ใส่ง่ายมักมีลักษณะดังนี้
สีแมตช์กับเสื้อผ้าทั่วไปง่าย
โลโก้ไม่ใหญ่เกินไป
ลายไม่ผูกกับวันงานมากเกินไป
เนื้อผ้าสบาย
ทรงทันสมัย
ข้อความไม่เยอะ

ทำเสื้อให้ดูเหมือน Merchandise แทนของแจก

นี่เป็นแนวคิดที่ช่วยเพิ่มคุณค่าของเสื้อได้มาก

ออกแบบเหมือนสินค้าขายจริง

ไม่ใช่ใส่โลโก้แล้วจบ

มี Packaging

เช่น ถุงหรือสายคาดกระดาษเรียบ ๆ สามารถทำให้เสื้อดูมีมูลค่าขึ้น

ใช้ Limited Design

หากเหมาะกับงาน สามารถทำให้รู้สึกว่าเป็นของเฉพาะกิจกรรมและน่าเก็บ

ถ้าเป็นงานบริษัท ควรออกแบบแบบไหน

สีเรียบ

กรม ดำ ขาว หรือสีองค์กร

ใช้โลโก้แบบพอดี

ไม่ต้องเต็มหน้า

เพิ่ม Graphic เล็กน้อย

เพื่อไม่ให้ดูเหมือน Uniform มากเกินไป

ถ้าเป็นงานเปิดตัวสินค้า

ใช้ Element จากสินค้า

สี Shape หรือ Pattern ของผลิตภัณฑ์สามารถนำมาทำเป็นลายเสื้อได้

ไม่จำเป็นต้องใส่ภาพสินค้าตรง ๆ

การใช้ Graphic ที่ได้แรงบันดาลใจจากสินค้ามักใส่ง่ายกว่า

ถ้าเป็นงานแฟนคลับหรือ Community

Character สำคัญ

สามารถออกแบบให้มีความสะสมได้

ใช้ภาพหรือสัญลักษณ์ที่กลุ่มเข้าใจร่วมกัน

ช่วยทำให้คนรู้สึกอยากเก็บและอยากใส่

ต้องระวังสิทธิ์ภาพ

โดยเฉพาะเมื่อนำภาพศิลปินหรือทรัพย์สินทางปัญญามาใช้

เสื้อแจกควรสื่อชื่อแบรนด์ชัดแค่ไหน

ควรเห็น แต่ไม่จำเป็นต้องเด่นที่สุดเสมอไป

แบรนด์ใหญ่

สามารถใช้เพียงโลโก้เล็ก เพราะคนรู้จักอยู่แล้ว

แบรนด์ใหม่

ควรทำให้ชื่ออ่านได้ แต่ยังสามารถรวมเข้ากับ Graphic ให้ดูเป็นธรรมชาติ

อย่าลืมคิดถึงภาพถ่ายในงาน

เสื้อแจกหรือเสื้อกิจกรรมมักปรากฏในภาพจำนวนมาก

สีต้องไม่กลืนกับ Backdrop

หากฉากงานเป็นสีเข้ม เสื้อควรมีความต่างพอสมควร

โลโก้ควรเห็นได้ในภาพกลุ่ม

แต่ไม่จำเป็นต้องใหญ่จนเสียดีไซน์

ทำ Mockup ก่อนผลิตจริง

ควรดูทั้งแบบเสื้อเดี่ยวและตอนอยู่บนตัวคน

ดูด้านหน้า

ลายสูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่

ดูด้านหลัง

Artwork ใหญ่เกินไปหรือไม่

ดูหลายคนพร้อมกัน

ถ้าทุกคนใส่แล้วภาพรวมแน่นเกินไป อาจต้องลดสีหรือลายลง

ถ้าผลิตจำนวนมาก ควรทำตัวอย่างก่อน

ตัวอย่างช่วยตรวจสิ่งที่หน้าจอบอกไม่ได้

สีจริงบนผ้า

ความคมของลาย

ตำแหน่ง

ทรง

ความสบาย

หากมีจุดผิด สามารถแก้ก่อนผลิตล็อตใหญ่ได้

ข้อผิดพลาดที่ทำให้คนไม่อยากใส่เสื้อแจกต่อ

โลโก้ใหญ่เกินไป

ดูเหมือนเสื้อโฆษณา

มีชื่อ Event เต็มหน้า

ทำให้ใช้ได้เฉพาะวันงาน

ใช้สีที่แมตช์ยาก

คนไม่รู้จะใส่กับอะไร

เนื้อผ้าไม่สบาย

ต่อให้สวยก็ไม่ถูกหยิบมาใช้

ทรงเชย

เสื้ออาจดูเหมือน Uniform มากกว่าสินค้าแฟชั่น

ใส่ข้อมูล Sponsor เยอะ

ทำให้ภาพรวมเหมือนเสื้อประชาสัมพันธ์

Checklist ก่อนสั่งทำเสื้อแจกงานอีเวนต์

กลุ่มเป้าหมาย

รู้ว่าใครจะได้รับเสื้อ
อายุประมาณไหน
ใส่ในสถานการณ์แบบไหน
ชอบสไตล์ประมาณใด

ทรงและผ้า

เลือกทรงแล้ว
เลือกเนื้อผ้าแล้ว
ใส่สบาย
เหมาะกับอากาศและสถานที่

สี

ใช้สีที่ใส่ง่าย
เข้ากับแบรนด์
โลโก้เห็นชัด
ไม่ใช้สีเยอะเกินไป

ลาย

มีจุดเด่นหลักหนึ่งจุด
ไม่ใส่ข้อมูลมากเกินไป
โลโก้ไม่ใหญ่จนเกินไป
ข้อความสั้น
ด้านหน้าและด้านหลังสมดุล

ไซซ์

มีหลายไซซ์
วางแผนจำนวนแต่ละไซซ์แล้ว
มีตัวอย่าง Size Chart
มีไซซ์สำรองหากจำเป็น

ก่อนผลิต

ทำ Mockup
ตรวจข้อความ
ตรวจโลโก้
ตรวจสี
ทดลองตัวอย่างก่อนผลิตล็อตใหญ่หากจำเป็น

สรุป

ถ้าอยากทำเสื้อพิมพ์ลายแจกงานอีเวนต์ให้คนอยากหยิบมาใส่ต่อ ควรออกแบบโดยคิดว่าเสื้อตัวนี้ต้องดูดีแม้ไม่มีบริบทของงานอยู่รอบ ๆ เลือกทรงที่ใส่ง่าย เนื้อผ้าสบาย สีที่สามารถแมตช์กับเสื้อผ้าทั่วไปได้ และลดความรู้สึกของ “เสื้อประชาสัมพันธ์” ลง
โลโก้ไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด สามารถใช้กราฟิก สี หรือ Character ของแบรนด์ช่วยสร้างภาพจำแทน พร้อมจัดข้อความและข้อมูลของงานให้พอดี หากออกแบบเหมือนกำลังทำ Merchandise ที่มีคนอยากได้จริง เสื้อแจกก็มีโอกาสถูกนำกลับไปใส่ซ้ำ ช่วยให้แบรนด์ยังถูกมองเห็นต่อไปแม้งานอีเวนต์จะจบแล้ว
หากคุณกำลังมองหางานพิมพ์คุณภาพครบวงจร ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @pimdai หรือเยี่ยมชมผลงานคุณภาพได้ที่ www.pimdai.com เปลี่ยนงานพิมพ์ของคุณให้โดดเด่นและน่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยบริการจาก Pimdai.com วันนี้!
อ่านบทความเกี่ยวกับ เสื้อพิมพ์ลาย เพิ่มเติมได้ที่นี่