Pimdai.com พาร์ทเนอร์งานพิมพ์

สกรีน / UV / เลเซอร์ เลือกวิธีพิมพ์โลโก้บนปากกาแบบไหนให้เหมาะกับงาน

สกรีนปากกาแจกทั้งที เลือกแบบไหนดี? เจาะลึก 3 วิธีฮิต สกรีน / UV / เลเซอร์ แบบไหนโลโก้ทน แบบไหนสีสวย? เลือกให้คุ้มงบและเหมาะกับวัสดุที่สุด ที่ Pimdai.com

สกรีน / UV / เลเซอร์ เลือกวิธีพิมพ์โลโก้บนปากกาแบบไหนให้เหมาะกับงาน (คู่มือเลือกงานพิมพ์: อย่าให้โลโก้หลุดลอก ก่อนหมึกปากกาจะหมด!)

หัวข้อ: เคยไหมครับ? ได้รับปากกาแจกฟรีมาจากงานสัมมนา หรือจากธนาคาร ดีไซน์ปากกาสวยมาก เขียนลื่นปรื๊ด… แต่ใช้ไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ โลโก้แบรนด์ที่สกรีนอยู่บนด้ามก็เริ่ม “หลุดลอก” เป็นแผ่นๆ หรือจางหายไปจนจำไม่ได้ว่าใครให้มา?
ในฐานะคนรับ เราอาจจะแค่รู้สึกเสียดายนิดหน่อย
แต่ในฐานะ “เจ้าของแบรนด์” หรือคนสั่งทำของแจก… นี่คือฝันร้ายชัดๆ ครับ!
เพราะเงินที่คุณลงทุนไปกับการทำของพรีเมียม มันสูญเปล่าทันทีที่โลโก้หายไป (แถมยังดูไม่ Professional อีกต่างหาก)
ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากปากกาคุณภาพแย่เสมอไปนะครับ แต่เกิดจาก “การเลือกวิธีพิมพ์ที่ไม่แมตช์กับวัสดุ”
ในวงการของพรีเมียม โดยเฉพาะปากกา (Pens) มีเทคนิคการพิมพ์โลโก้หลักๆ อยู่ 3 วิธี คือ 1. สกรีน (Pad Printing), 2. ยูวี (UV Printing), และ 3. เลเซอร์ (Laser Engraving)
แต่ละวิธีมี “ข้อดี-ข้อเสีย” และ “ราคา” ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
วันนี้ Pimdai.com จะพาคุณมาแกะรอยเทคนิคทั้ง 3 แบบนี้กันชัดๆ เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกว่า… งานของคุณ งบของคุณ และปากกาที่คุณเลือก เหมาะกับวิธีไหนที่สุด!
  1. สกรีน / แพดพริ้นท์ (Pad Printing / Screen Printing)

ฉายา: พี่ใหญ่สายแมส ถูกและคม
เริ่มกันที่วิธีสุดคลาสสิกที่นิยมใช้กันมากที่สุดในโลก (กว่า 80% ของปากกาพลาสติกใช้ วิธีนี้)
จริงๆ แล้วคำว่า “สกรีน” ที่เราเรียกกันติดปาก ในทางเทคนิคสำหรับวัตถุผิวโค้งเล็กๆ อย่างปากกา เราเรียกว่า “Pad Printing (แพดพริ้นท์)” ครับ
มันทำงานยังไง?
นึกภาพ “ตรายาง” ครับ เครื่องจักรจะใช้ลูกยางซิลิโคนนิ่มๆ (Pad) ไปรับหมึกจากแม่พิมพ์ แล้วกดทับลงบนด้ามปากกา
ด้วยความนิ่มของลูกยาง มันจึงสามารถโอบรับความโค้งของปากกาได้ ทำให้ลายพิมพ์ออกมาคมชัด
ข้อดี (ทำไมคนถึงรัก):
  • ราคาถูกที่สุด: ยิ่งสั่งเยอะ ยิ่งถูก! (หลักพันด้ามขึ้นไป ราคาต่อด้ามแทบจะเป็นเศษสตางค์)
  • เส้นคมกริบ: เหมาะมากกับโลโก้ที่เป็นลายเส้น (Line Art) หรือตัวหนังสือเล็กๆ หมึกจะเกาะตัวแน่นและขอบคม
  • สีแม่นยำ: สามารถผสมสีตามเบอร์ Pantone ได้เป๊ะๆ (เช่น สีแดง Coke, สีเขียว Grab)
ข้อจำกัด (จุดตาย):
  • แพ้การไล่สี: ทำ Gradient (ไล่เฉดสี) ไม่ได้ครับ ได้แค่สีตาย (Solid Color) เท่านั้น
  • ค่าบล็อกแพง: ต้องทำแม่พิมพ์ 1 สี ต่อ 1 บล็อก ถ้าโลโก้คุณมี 4 สี ก็ต้องทำ 4 บล็อก… ค่าใช้จ่ายบานปลายแน่นอนถ้าทำน้อย
  • ความทนทาน: อยู่ในระดับ “ดี” แต่ถ้าโดนขูดขีดแรงๆ หรือโดนแอลกอฮอล์บ่อยๆ ก็มีสิทธิ์ลอกได้ (ขึ้นอยู่กับเกรดหมึก)
เหมาะกับงานแบบไหน?
  • ปากกาพลาสติกแจกฟรี (Giveaway): แจกงานอีเวนต์ แจกหน้าร้าน
  • สั่งจำนวนมาก (Mass Production): ขั้นต่ำ 300 – 500 ด้ามขึ้นไป
  • โลโก้สีเดียว (1 Color Logo): เช่น โลโก้สีขาวบนปากกาสีน้ำเงิน
สกรีน / UV / เลเซอร์ เลือกวิธีพิมพ์โลโก้บนปากกาแบบไหนให้เหมาะกับงาน (คู่มือเลือกงานพิมพ์: อย่าให้โลโก้หลุดลอก ก่อนหมึกปากกาจะหมด!)
  1. พิมพ์ยูวี (UV Direct Printing)

ฉายา: ศิลปินดิจิทัล สีสันไร้ขีดจำกัด
ขยับมาที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้ง นั่นคือการพิมพ์ระบบดิจิทัล UV
มันทำงานยังไง?
คล้ายกับเครื่องพรินเตอร์ที่บ้านเราครับ แต่แทนที่จะพ่นหมึกลงกระดาษ มันพ่นลงบนปากกาโดยตรง แล้วใช้ “แสง UV” ฉายทับทันทีเพื่อให้หมึกแห้งแข็งตัว (Curing) ภายในเสี้ยววินาที
ข้อดี (ทำไมคนถึงว้าว):
  • สีสันจัดเต็ม (Full Color): พิมพ์รูปถ่ายได้! ไล่เฉดสีได้! โลโก้คุณมีกี่สี เครื่องนี้เก็บหมด (CMYK + White)
  • ไม่มีค่าบล็อก: สั่ง 1 ด้ามก็ทำได้! (แต่ราคาต่อด้ามจะสูงหน่อย) เหมาะกับงานด่วน งานจำนวนน้อย
  • มีมิตินูนต่ำ: ผิวสัมผัสของหมึก UV จะมีความนูนขึ้นมาเล็กน้อย (Texture) ดูพรีเมียมและจับแล้วรู้เลยว่าพิมพ์มาดี
ข้อจำกัด (จุดตาย):
  • ราคาต่อหน่วยสูง: แพงกว่างานสกรีน เพราะต้นทุนหมึกและเครื่องจักรสูงกว่า
  • ความยึดเกาะ: บนพลาสติกบางชนิด (เช่น PP ผิวมัน) หมึก UV อาจจะเกาะไม่แน่นเท่าหมึกสกรีน ต้องใช้น้ำยาประสาน (Primer) ช่วย ไม่งั้นเล็บขูดหลุดได้
เหมาะกับงานแบบไหน?
  • ปากกาพรีเมียมจำนวนน้อย: เช่น สั่งทำ 50-100 ด้าม แจกทีมงาน
  • โลโก้ที่มีสีสันซับซ้อน: โลโก้ที่มีเงา มีแสง มีหลายสี
  • งานด่วน: ไม่ต้องรอทำบล็อก ส่งไฟล์ปุ๊บ พิมพ์ปั๊บ
  1. เลเซอร์ (Laser Engraving)

ฉายา: ท่านประธานผู้คงกระพัน หรูหราตลอดกาล
ถ้าคุณต้องการความ “อมตะ” และ “หรูหรา” แบบที่ไม่มีวันลอก… ต้องจบที่เลเซอร์ครับ
มันทำงานยังไง?
ใช้ลำแสงเลเซอร์ความร้อนสูง “ยิง” ลงไปที่ผิววัสดุ เพื่อ “กัด” ผิวหน้าออก (Etching) จนเกิดเป็นลวดลาย
ส่วนใหญ่ใช้กับ ปากกาโลหะ (Metal Pen)
ข้อดี (ทำไมถึงดูแพง):
  • ไม่มีวันลอก (Permanent): ต่อให้ปากกาพังไปแล้ว โลโก้ก็ยังอยู่! เพราะมันคือเนื้อวัสดุจริงๆ ไม่ใช่หมึก
  • ดูแพงมาก: ให้ความรู้สึก Luxury, Classic, Professional ที่สุด
  • รวดเร็ว: ยิงปุ๊บเสร็จปั๊บ ไม่ต้องรอแห้ง
ข้อจำกัด (จุดตาย):
  • เลือกสีไม่ได้: สีของโลโก้ จะขึ้นอยู่กับ “เนื้อวัสดุข้างใน” ของปากกานั้นๆ
    • เช่น ปากกาสีดำ ไส้ในเป็นทองเหลือง -> ยิงออกมาจะได้โลโก้ “สีทอง”
    • ปากกาสีเงิน ไส้ในเป็นอลูมิเนียม -> ยิงออกมาจะได้โลโก้ “สีเงินด้าน”
  • ใช้ได้เฉพาะวัสดุ: ส่วนใหญ่ต้องเป็นโลหะ หรือไม้ (พลาสติกบางชนิดยิงได้แต่ไม่สวย หรืออาจละลาย)
เหมาะกับงานแบบไหน?
  • ของขวัญผู้บริหาร / VIP: ปากกา Parker, Cross หรือปากกาโลหะแบรนด์หรู
  • สลักชื่อรายบุคคล (Personalized): เช่น “คุณสมชาย ใจดี” (ทำทีละด้ามได้สบาย)
  • องค์กรที่ต้องการภาพลักษณ์ความมั่นคง: ธนาคาร, บริษัทประกัน, อสังหาฯ

ตารางสรุป: เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด (1 นาทีจบ)

หัวข้อเปรียบเทียบสกรีน (Pad Print)ยูวี (UV Print)เลเซอร์ (Laser)
ความคมชัด⭐⭐⭐⭐⭐ (คมกริบ)⭐⭐⭐⭐ (ดีมาก)⭐⭐⭐⭐⭐ (คมลึก)
ความทนทาน⭐⭐⭐ (มาตรฐาน)⭐⭐⭐ (มาตรฐาน)⭐⭐⭐⭐⭐ (อมตะ)
สีสัน1-2 สี (สีตาย)Full Color (ไล่สีได้)สีเนื้อวัสดุ (เลือกไม่ได้)
วัสดุที่เหมาะพลาสติก / ทุกผิวพลาสติก / ผิวเรียบโลหะ / ไม้
จำนวนขั้นต่ำสูง (300+)ต่ำ (1+)ต่ำ (1+)
ราคาต่อด้าม💰 (ถูกสุด)💰💰 (กลาง)💰💰💰 (สูง)
  1. วิธีเลือกให้คุ้มเงินที่สุด (Pimdai’s Selection Guide)

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองดูสถานการณ์สมมตินี้ครับ:
  • Case A: แจกคนเดินผ่านหน้าบูธ (งบจำกัด)
    • แนะนำ: ปากกาพลาสติก + สกรีน 1 สี
    • เหตุผล: ต้นทุนถูกที่สุด แจกได้เยอะที่สุด โลโก้ชัดเจนก็เพียงพอแล้ว
  • Case B: ของขวัญปีใหม่ลูกค้า (งบปานกลาง)
    • แนะนำ: ปากกาพลาสติกเกรดดี (Matte) + พิมพ์ UV
    • เหตุผล: ใส่โลโก้บริษัทแบบเต็มสีได้ ดูสวยงามทันสมัย ไม่ซ้ำใคร
  • Case C: ของที่ระลึกเซ็นสัญญา / ให้ผู้ใหญ่ (งบสูง)
    • แนะนำ: ปากกาโลหะ + ยิงเลเซอร์
    • เหตุผล: ต้องเน้นความหรูหราและความคงทน เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้รับ

ทำไมต้องสั่งปากกากับ Pimdai.com?

งานปากกาดูเหมือนง่าย แต่ “ตกม้าตาย” กันเยอะนะครับ!
ที่ Pimdai (พิมพ์ได้) เราใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้แบรนด์ของคุณดูดีที่สุด:
  1. ทดสอบการยึดเกาะ: ก่อนพิมพ์งานจริง เราเทสต์หมึกกับผิวปากกาก่อนเสมอ ว่าขูดแล้วลอกไหม? ถ้าลอก เราเปลี่ยนวิธีพิมพ์หรือใช้น้ำยาประสานทันที
  2. เครื่องจักรทันสมัย:
    1. เครื่อง Pad Print ของเราเป็นระบบถ้วยหมึก (Ink Cup) ควบคุมปริมาณหมึกได้แม่นยำ เส้นไม่เยิ้ม
    2. เครื่อง UV ของเรามีความละเอียดสูง พิมพ์ตัวหนังสือเล็กๆ อ่านออก ไม่เบลอ
    3. เครื่อง Laser ของเราเป็น Fiber Laser ที่แกะสลักโลหะได้คมกริบ ไม่ไหม้ดำเป็นปื้น
  3. ออกแบบวาง Logo ฟรี: มีโลโก้แล้ว แต่ไม่รู้จะวางตรงไหนให้สวย? ทีมกราฟิกเราจัดวาง Mockup ให้ดูก่อนผลิตจริงทุกครั้ง
  4. มีปากกาให้เลือกเยอะ: ตั้งแต่ด้ามละ 5 บาท ไปจนถึงด้ามละ 500 บาท มีสต็อกพร้อมสกรีน

 

บทสรุป: ปากกา 1 ด้าม = หน้าตา 1 แบรนด์

อย่ามองว่าปากกาเป็นแค่ของแจกครับ แต่มันคือ “ตัวแทน” ของแบรนด์คุณ ที่จะไปอยู่ในมือลูกค้า อยู่ในกระเป๋าเสื้อ และอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา
เลือกวิธีพิมพ์ที่ถูกต้อง เลือกคุณภาพที่ทนทาน เพื่อให้โลโก้ของคุณ “ชัดเจน” และ “น่าจดจำ” ไปตลอดอายุการใช้งานของปากกาด้ามนั้น
หากคุณกำลังมองหางานพิมพ์คุณภาพครบวงจร ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @pimdai หรือเยี่ยมชมผลงานคุณภาพได้ที่ www.pimdai.com เปลี่ยนงานพิมพ์ของคุณให้โดดเด่นและน่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยบริการจาก Pimdai.com วันนี้!