Skip to main content

Pimdai.com พาร์ทเนอร์งานพิมพ์

สั่งเสื้อพิมพ์ลายต้องส่งไฟล์แบบไหน งานถึงตรงตามบรีฟ

สั่งเสื้อพิมพ์ลายต้องส่งไฟล์แบบไหนให้งานตรงตามบรีฟ แนะนำไฟล์ AI, PDF, PNG พร้อมวิธีส่งโลโก้ สี ขนาด ตำแหน่ง และข้อมูลผลิต

สั่งเสื้อพิมพ์ลายต้องส่งไฟล์แบบไหน งานถึงตรงตามบรีฟ

เวลาสั่งเสื้อพิมพ์ลาย สิ่งที่มีผลกับความตรงของงานไม่ได้มีแค่แบบที่สวย แต่รวมถึงไฟล์ที่ส่งให้ผู้ผลิตด้วย เพราะถ้าไฟล์ไม่ครบ โลโก้ไม่ชัด สีไม่ได้ระบุ ตำแหน่งลายไม่แน่นอน หรือไม่มีภาพตัวอย่างว่าอยากได้ประมาณไหน ผู้ผลิตอาจต้องตีความจากข้อมูลที่มี และผลลัพธ์ที่ออกมาก็อาจต่างจากภาพที่ลูกค้าคิดไว้ตั้งแต่แรก
การเตรียมไฟล์ที่ดีจึงควรทำให้คนรับงานเข้าใจได้ทันทีว่า “เสื้อต้องหน้าตาแบบไหน” ไม่ว่าจะเป็นสีเสื้อ ลายด้านหน้า ด้านหลัง แขน ขนาดโลโก้ รายชื่อ เบอร์ หรือรายละเอียดเฉพาะของแต่ละตัว
ยิ่งเป็นงานเสื้อทีม เสื้อบริษัท เสื้อกิจกรรม หรือเสื้อที่มีหลายไซซ์และหลายชื่อ ยิ่งควรจัดข้อมูลให้เป็นระบบตั้งแต่ก่อนส่งผลิต เพราะช่วยลดทั้งการแก้แบบ ความผิดพลาด และเวลาที่เสียไปกับการถามข้อมูลซ้ำหลายรอบ

ไฟล์แบบไหนเหมาะสำหรับส่งทำเสื้อพิมพ์ลาย

ไฟล์ที่เหมาะขึ้นอยู่กับว่างานนั้นเป็นโลโก้ กราฟิก ภาพถ่าย หรือไฟล์ Artwork สำเร็จ

AI

ไฟล์ Adobe Illustrator เหมาะมากกับงานโลโก้ ตัวหนังสือ กราฟิก และงานที่ต้องปรับขนาด เพราะถ้าองค์ประกอบเป็น Vector จะสามารถขยายได้โดยไม่แตก
เหมาะกับ
โลโก้
ข้อความ
เส้นกราฟิก
Pattern
Artwork ที่ต้องแก้ตำแหน่งเพิ่มเติม

PDF

เหมาะกับการส่งไฟล์ Artwork สำเร็จ เพราะช่วยรักษา Layout และสามารถเก็บองค์ประกอบ Vector ได้
ถ้าส่ง PDF ควรตรวจว่า
ขนาด Artwork ถูกต้อง
รูปไม่แตก
Font แสดงผลถูก
สีไม่เปลี่ยน
องค์ประกอบไม่ขยับ

EPS หรือ SVG

เหมาะกับโลโก้และกราฟิก Vector เช่นเดียวกับ AI โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการส่งไฟล์โลโก้ให้ทีมออกแบบนำไปจัดต่อ

PNG

เหมาะกับรูปที่ต้องการพื้นหลังโปร่งใส เช่น โลโก้หรือรูปสินค้าที่ตัดพื้นหลังมาแล้ว
แต่ควรเป็น PNG ขนาดใหญ่ ไม่ใช่รูปเล็กที่ดาวน์โหลดจาก Social Media

JPG

ใช้กับภาพถ่ายหรือ Artwork แบบ Raster ได้ แต่ควรเป็นไฟล์ต้นฉบับที่มีความละเอียดสูง
สั่งเสื้อพิมพ์ลายต้องส่งไฟล์แบบไหน งานถึงตรงตามบรีฟ
สั่งเสื้อพิมพ์ลายต้องส่งไฟล์แบบไหน งานถึงตรงตามบรีฟ

ถ้ามีไฟล์ Vector ควรส่ง Vector ก่อน

โดยเฉพาะโลโก้ ชื่อแบรนด์ และตัวอักษร

ข้อดี

ขยายได้โดยไม่แตก
แก้สีได้ง่าย
ปรับขนาดได้สะดวก
ตัดเส้นหรือแยกองค์ประกอบได้
เหมาะกับงานพิมพ์หลายขนาด
ถ้ามีทั้ง JPG และ AI ของโลโก้ ควรส่ง AI ให้ผู้ผลิต และใช้ JPG เป็นเพียง Preview

อย่าส่งโลโก้จาก Screenshot ถ้ามีไฟล์ต้นฉบับ

หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยคือการแคปโลโก้จากเว็บไซต์ Facebook หรือภาพเก่าแล้วส่งมาใช้กับเสื้อ

ทำไมไม่ควรใช้

ความละเอียดต่ำ
ขอบแตก
พื้นหลังอาจติดมา
สีอาจไม่ตรงต้นฉบับ
ขยายใหญ่แล้วไม่คม
ถ้ามีไฟล์ Vector ควรใช้ไฟล์นั้นแทนเสมอ

ถ้ามีแต่ PNG ใช้ได้ไหม

ใช้ได้ หากเป็นไฟล์ที่มีขนาดใหญ่พอและภาพคม

ควรตรวจ

ขอบโลโก้สะอาดหรือไม่
พื้นหลังโปร่งใสจริงหรือไม่
ภาพถูกตัดขอบหรือไม่
ขนาด Pixel เพียงพอหรือไม่
หากนำ PNG เล็ก ๆ ไปขยายเต็มหลังเสื้อ งานอาจแตกได้ แม้ไฟล์จะดูคมบนมือถือก็ตาม

ภาพถ่ายควรส่งไฟล์ต้นฉบับ

ถ้าเสื้อใช้ภาพคน ภาพศิลปิน ภาพสินค้า หรือภาพถ่ายอื่น ควรส่งไฟล์ต้นฉบับที่ใหญ่ที่สุด

ไม่ควรใช้

รูปแคปจาก Instagram
รูปที่บันทึกจาก Facebook
รูปที่ส่งผ่านแชตหลายรอบ
Preview ขนาดเล็กจากเว็บไซต์

ควรใช้

ไฟล์จากกล้อง
ไฟล์ Original
ไฟล์จากช่างภาพ
ไฟล์ภาพที่ Export คุณภาพสูง

ควรส่งไฟล์ Mockup ไปด้วย

แม้ว่าจะมี Artwork แล้ว ก็ควรมีภาพ Mockup ของเสื้อให้ผู้ผลิตดูด้วย

Mockup ช่วยอะไร

เห็นว่าลายอยู่ตรงไหน
เห็นขนาดโดยประมาณ
เห็นสีเสื้อ
เห็นความสัมพันธ์ของด้านหน้าและด้านหลัง
ลดการตีความผิด
ตัวอย่างเช่น ส่งไฟล์โลโก้อย่างเดียวอาจไม่รู้ว่าต้องการให้วางหน้าอกซ้ายหรือกลางอก แต่ Mockup จะช่วยให้เห็นทันที

Mockup ไม่ควรใช้แทนไฟล์พิมพ์

ภาพ Mockup มีหน้าที่เป็น Reference เท่านั้น

ตัวอย่างที่ไม่ควรทำ

ส่ง Screenshot เสื้อที่มีโลโก้แล้วบอกว่า “ทำตามนี้เลย” โดยไม่มีไฟล์โลโก้จริง
เพราะผู้ผลิตอาจต้องดึงโลโก้จากภาพ ซึ่งทำให้คุณภาพลดลง

วิธีที่ถูกกว่า

ส่งทั้ง
ไฟล์ Artwork
ไฟล์โลโก้
Mockup
รายละเอียดขนาด
ไปพร้อมกัน

ต้องระบุขนาดลายด้วยหรือไม่

ควรระบุ โดยเฉพาะงานที่ตำแหน่งสำคัญ

ตัวอย่าง

โลโก้หน้าอกกว้าง 8 ซม.
ลายกลางอกกว้าง 28 ซม.
Artwork หลังเสื้อกว้าง 30 ซม.
ชื่อด้านหลังสูงจากคอประมาณเท่าไร
ถ้าไม่ระบุขนาด ผู้ผลิตอาจต้องใช้สัดส่วนจาก Mockup ซึ่งบางครั้งไม่ตรงกับความตั้งใจจริง

ตำแหน่งลายควรระบุให้ชัด

อย่าใช้คำว่า “ประมาณกลาง ๆ” อย่างเดียว
ควรบอกว่าเป็น
หน้าอกซ้าย
กลางอก
กลางหลัง
หลังช่วงบน
แขนซ้าย
แขนขวา
คอเสื้อ
ชายเสื้อ
หรือพิมพ์เต็มตัว

ถ้าอยากให้ตำแหน่งตรงมาก ควรบอกระยะ

เช่น
ห่างจากคอเสื้อกี่เซนติเมตร
ห่างจากแนวกลางตัวเท่าไร
กว้างเท่าไร
สูงเท่าไร
รายละเอียดนี้สำคัญกับงานโลโก้เล็กหรือดีไซน์มินิมอล เพราะขยับเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ภาพรวมดูต่างได้

สีต้องส่งเป็นรหัส ไม่ควรบอกแค่ชื่อสี

คำว่า “ฟ้าเข้ม” หรือ “เขียวแบรนด์” อาจตีความไม่เหมือนกัน

ถ้ามี Brand Guideline

ควรส่งรหัสสีที่ใช้อยู่ เช่น
CMYK
Pantone
HEX
หรือ Color Reference ที่แบรนด์กำหนด

ถ้าไม่มีรหัสสี

ควรส่ง Reference สีที่ชัดและแจ้งให้ทีมผลิตทราบว่าใช้เป็นตัวอย่างในการเทียบสี

สีบนหน้าจอกับสีพิมพ์จริงอาจต่างกัน

ควรเข้าใจตั้งแต่ก่อนผลิตว่าหน้าจอของแต่ละเครื่องแสดงสีไม่เหมือนกันทั้งหมด

ถ้าสีแบรนด์สำคัญมาก

ควรขอ Sample หรือ Proof ก่อนผลิตจำนวนมาก

อย่าตัดสินสีจากมือถืออย่างเดียว

ความสว่างหน้าจออาจทำให้สีดูสดกว่าของจริง

ต้องส่งฟอนต์ไปด้วยไหม

ถ้าไฟล์ยังเป็นข้อความที่แก้ไขได้และใช้ฟอนต์เฉพาะ ควรส่งฟอนต์หรือจัดการไฟล์ก่อน

วิธีที่นิยม

Convert Text เป็น Outline
ช่วยลดปัญหาผู้ผลิตไม่มีฟอนต์เดียวกัน

แต่ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้

เพราะเมื่อ Outline แล้ว การแก้ข้อความจะยากขึ้น

ถ้าต้องแก้ชื่อแต่ละคน ไม่ควร Outline ทุกอย่างตั้งแต่แรก

งานเสื้อทีมที่มีชื่อและเบอร์หลายคน ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขข้อความได้ไว้ด้วย
จากนั้นจัดทำไฟล์ Final สำหรับผลิตแยกอีกชุดหนึ่ง

ถ้าเป็นเสื้อทีม ต้องส่งตารางข้อมูลด้วย

ไม่ควรพิมพ์รายชื่อยาว ๆ ในแชตอย่างเดียว เพราะมีโอกาสตกหล่น

ตารางควรมี

ลำดับ
ชื่อ
ชื่อที่พิมพ์บนเสื้อ
หมายเลข
ไซซ์
จำนวน
สีเสื้อ
หมายเหตุ

ตัวอย่างตารางข้อมูล

1 | SOMCHAI | 10 | L | 1 ตัว
2 | JANE | 24 | M | 1 ตัว
3 | PIM | 07 | S | 2 ตัว
วิธีนี้ช่วยให้ผู้ผลิตตรวจงานได้ง่ายกว่าการไล่อ่านจากข้อความหลายชุด

ถ้ามีหลายสีเสื้อ ควรแยกข้อมูลชัด

เช่น
ทีม A — เสื้อกรม
ทีม B — เสื้อขาว
Staff — เสื้อดำ
หัวหน้าทีม — เสื้อเทา
อย่ารวมทุกอย่างไว้ในไฟล์เดียวโดยไม่มี Label เพราะอาจทำให้จับคู่ Artwork ผิดกับสีเสื้อ

ถ้ามีหลายแบบ ควรตั้งชื่อแบบให้ชัด

เช่น
Design A
Design B
Staff
VIP
Player
Crew
หรือใช้ชื่อสี เช่น
Black Version
White Version
Navy Version

ตั้งชื่อไฟล์ให้คนรับงานเข้าใจได้ทันที

แทนที่จะใช้ชื่อแบบ
final.ai
final2.ai
final-final-new.ai
ควรใช้ชื่อแบบ
Event2026_Shirt_Front.ai
Event2026_Shirt_Back.ai
Event2026_Black_Mockup.jpg
Event2026_NameList.xlsx
จะช่วยลดความสับสนว่าไฟล์ไหนคือไฟล์ล่าสุด

ควรระบุว่าไฟล์ไหนคือ Final

ถ้ามีการแก้หลายรอบ ควรแยกโฟลเดอร์ให้ชัด
เช่น
01_Artwork
02_Mockup
03_Logo
04_NameList
05_Final
ผู้ผลิตจะรู้ว่าต้องใช้ชุดไหนในการผลิตจริง

อย่าส่งไฟล์หลายเวอร์ชันโดยไม่บอก

หากมี Version 1, 2 และ 3 อยู่ในแชตเดียวกัน ทีมผลิตอาจหยิบไฟล์ผิดได้

วิธีลดปัญหา

เมื่ออนุมัติแล้ว ควรส่งข้อความชัดเจนว่า
“ใช้ไฟล์นี้เป็น Final สำหรับผลิต”
และไม่ส่งแบบเก่าปะปนอีก

ถ้าเป็นเสื้อพิมพ์เต็มตัว ต้องส่งไฟล์ละเอียดมากขึ้น

งาน Full Print หรือ Sublimation มักต้องแยก Artwork ตาม Pattern เสื้อ

อาจประกอบด้วย

ด้านหน้า
ด้านหลัง
แขนซ้าย
แขนขวา
คอ
ด้านข้าง
ขึ้นอยู่กับรูปแบบเสื้อ

ต้องระวังรอยต่อของลาย

ถ้ามี Pattern หรือเส้นกราฟิกต่อจากหน้าไปหลัง ต้องออกแบบให้สัมพันธ์กับแนวตะเข็บ

ไม่ควรวาง

ข้อความสำคัญ
โลโก้
ใบหน้า
QR Code
ตรงรอยต่อ ถ้าไม่ได้ตั้งใจให้ตัด

ถ้ามีลายเต็มตัว ควรเผื่อพื้นที่ตาม Template โรงงาน

ไม่ควรออกแบบจากขนาดเสื้อที่เดาเอง
ควรขอ Template จากผู้ผลิตก่อน เพราะ Pattern ของแต่ละโรงงานอาจต่างกัน

เสื้อแต่ละไซซ์ใช้ Template เดียวกันหรือไม่

ขึ้นอยู่กับระบบผลิต
บางงานสามารถ Scale Pattern ตามไซซ์ได้ แต่บางรายละเอียดอาจต้องปรับตำแหน่งเพื่อให้สัดส่วนยังดูดี
ดังนั้นถ้ามีลายใกล้ตะเข็บหรือองค์ประกอบสำคัญมาก ควรแจ้งผู้ผลิตให้ตรวจหลายไซซ์ก่อนผลิต

โลโก้เล็กต้องระวังเส้นบาง

โลโก้ที่มีเส้นเล็กมากอาจดูคมบนจอ แต่เมื่อพิมพ์ลงผ้าอาจเสียรายละเอียดได้

ควรตรวจ

ความหนาของเส้น
ขนาดตัวอักษร
รายละเอียดเล็ก
ช่องว่างภายในโลโก้
หากจำเป็นอาจต้องทำเวอร์ชัน Simplified สำหรับงานเสื้อ

QR Code บนเสื้อใช้ได้ไหม

ใช้ได้ แต่ต้องระวังเรื่องขนาดและพื้นผิวของผ้า

ควรทำให้ใหญ่พอ

เพราะผ้ามีการยืดและเคลื่อนไหว

มีพื้นที่ว่างรอบ QR

ไม่ควรวางกราฟิกอื่นชิดเกินไป

ต้องทดลองสแกนจาก Sample

ไม่ควรสมมติว่า QR บนไฟล์จะสแกนได้เหมือนบนกระดาษเสมอ

ถ้ามีรูปสี Gradient ควรส่งไฟล์คุณภาพสูง

Gradient และภาพสีไล่ระดับต้องมีรายละเอียดเพียงพอ

ถ้าไฟล์ถูก Compress

อาจเกิดแถบสีหรือ Banding

ใช้ไฟล์ต้นฉบับ

และหลีกเลี่ยงการส่ง Screenshot มาเป็น Artwork

อย่าลืมระบุเทคนิคหากมีข้อกำหนดเฉพาะ

หากรู้ว่าต้องการงานแบบใด ควรแจ้งตั้งแต่ต้น เช่น
พิมพ์เต็มตัว
งานเฉพาะจุด
งานหลายสี
ต้องการพื้นหลังโปร่งใส
ต้องการสีเฉพาะแบรนด์
หากไม่แน่ใจ สามารถส่งตัวอย่างให้ผู้ผลิตช่วยแนะนำเทคนิคที่เหมาะกับแบบและเนื้อผ้าได้

Reference ช่วยให้บรีฟตรงขึ้นมาก

บางครั้งอธิบายด้วยคำอย่างเดียวไม่พอ

สามารถส่งตัวอย่างว่าอยากได้

โลโก้เล็กประมาณนี้
ตำแหน่งด้านหลังแบบนี้
ทรงเสื้อประมาณนี้
สีประมาณนี้
แต่ควรใช้ Reference เพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่นำไฟล์ของแบรนด์อื่นมาใช้ผลิตโดยตรง

ต้องบอกเนื้อผ้าไหม

ถ้าทราบควรบอก เพราะเนื้อผ้ามีผลกับสีและลักษณะงานพิมพ์
หากยังไม่ทราบ ควรแจ้งการใช้งาน เช่น
ใส่กลางแจ้ง
ใส่กีฬา
ใส่เป็น Staff
ใส่ขายหน้าร้าน
ใส่เป็น Merchandise
เพื่อให้ผู้ผลิตช่วยแนะนำผ้าที่เหมาะสม

ต้องบอกจำนวนตั้งแต่แรก

จำนวนมีผลกับการวางแผนผลิตและเทคนิคบางประเภท
ควรระบุ
จำนวนรวม
จำนวนต่อไซซ์
จำนวนแต่ละแบบ
จำนวนแต่ละสี

อย่าลืมระบุ Deadline

หากมีวันใช้งานจริง เช่น งานอีเวนต์ วันที่เปิดร้าน หรือวันแข่งขัน ควรแจ้งตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แจ้งหลังอนุมัติแบบแล้ว
ผู้ผลิตจะได้ประเมินขั้นตอน
ออกแบบ
Proof
Sample
ผลิต
ตรวจงาน
จัดส่ง
ได้เหมาะสม

ก่อนผลิตจริงควรขอ Proof

Proof เป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะช่วยยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน

ควรตรวจ

สีเสื้อ
สี Artwork
ตำแหน่ง
ขนาดลาย
ข้อความ
รายชื่อ
หมายเลข
โลโก้
ด้านหน้า
ด้านหลัง
แขน

ถ้างานจำนวนมาก ควรพิจารณาตัวอย่างจริง

โดยเฉพาะงานที่มี
สีแบรนด์สำคัญ
ลายละเอียดเยอะ
Full Print
จำนวนเยอะ
งานขาย
เสื้อพรีเมียม
Sample จะช่วยให้เห็นเรื่องสี เนื้อผ้า และสัดส่วนที่ Mockup บอกไม่ได้ทั้งหมด

อนุมัติ Proof แล้วควรตรวจอีกครั้ง

ก่อนตอบว่า “โอเคผลิตได้” ควรเปิดไฟล์ดูจริง ไม่ควรดูจาก Thumbnail อย่างเดียว

ซูมดู

ชื่อ
เลข
โลโก้
วันที่
Sponsor
คำภาษาอังกฤษ
QR Code
เพราะหลังอนุมัติแล้ว ความผิดพลาดด้านข้อมูลอาจแก้ไขได้ยาก

ถ้ามีการแก้บรีฟ ต้องแก้ในไฟล์หลักด้วย

ไม่ควรแก้เพียงในข้อความแชต
เช่น เดิมเบอร์ 10 เปลี่ยนเป็น 12 ควรอัปเดตในตารางรายชื่อด้วย เพื่อให้ทุกเอกสารตรงกัน

วิธีทำบรีฟเสื้อแบบสั้นแต่ครบ

สามารถสรุปได้ประมาณนี้

ประเภทงาน

เสื้อทีมงาน Event

สีเสื้อ

ดำ

ด้านหน้า

โลโก้หน้าอกซ้าย กว้าง 8 ซม.

ด้านหลัง

ชื่องานกลางหลัง กว้าง 25 ซม.

แขนขวา

โลโก้ Sponsor

จำนวน

50 ตัว

ไซซ์

S 5
M 15
L 15
XL 10
2XL 5

Deadline

ระบุวันที่ต้องได้รับสินค้า

ไฟล์แนบ

Logo.ai
Artwork.pdf
Mockup.jpg
SizeList.xlsx
ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยลดคำถามระหว่างผลิตได้มาก

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานเสื้อไม่ตรงบรีฟ

ส่งแต่ Screenshot

ไม่มีไฟล์ Artwork จริงให้ผลิต

ไม่บอกขนาดโลโก้

ทำให้สัดส่วนไม่ตรงกับที่คิด

ไม่ระบุตำแหน่ง

คำว่า “ไว้ด้านหน้า” กว้างเกินไป

บอกสีด้วยชื่อทั่วไป

คำว่า “ฟ้า” สามารถมีได้หลายเฉด

รายชื่ออยู่กระจายหลายแชต

เพิ่มโอกาสพิมพ์ชื่อผิด

ส่งไฟล์หลาย Version

ไม่รู้ว่าไฟล์ไหนคือ Final

ไม่ตรวจ Proof

ความผิดพลาดเล็ก ๆ ผ่านเข้าสู่การผลิตจริง

Checklist ไฟล์ก่อนส่งทำเสื้อพิมพ์ลาย

Artwork

มี AI, PDF หรือไฟล์ต้นฉบับ
ภาพไม่แตก
โลโก้คม
ข้อความถูกต้อง
พื้นหลังถูกต้อง

สี

ระบุสีเสื้อ
ระบุสีลาย
มีรหัสสีถ้าจำเป็น
มี Reference สี

ตำแหน่ง

ระบุด้านหน้า
ด้านหลัง
แขน
ขนาดลาย
ระยะวางที่สำคัญ

ข้อมูลเสื้อ

ทรงเสื้อ
เนื้อผ้า
สี
ไซซ์
จำนวน

งานเฉพาะบุคคล

รายชื่อครบ
หมายเลขครบ
ไซซ์ตรงกับชื่อ
ตรวจการสะกดแล้ว

ไฟล์ประกอบ

Artwork
Logo
Mockup
Reference
ตารางรายชื่อ

ก่อนอนุมัติผลิต

ตรวจ Proof
ตรวจสี
ตรวจขนาด
ตรวจตำแหน่ง
ตรวจจำนวน
ตรวจ Deadline

สรุป

ถ้าอยากให้สั่งเสื้อพิมพ์ลายแล้วงานออกมาตรงตามบรีฟ ควรส่งมากกว่าแค่รูปตัวอย่าง โดยไฟล์หลักควรเป็น AI, PDF หรือ Vector สำหรับโลโก้และกราฟิก ส่วนภาพถ่ายควรใช้ JPG หรือ PNG ความละเอียดสูง พร้อมแนบ Mockup เพื่อบอกตำแหน่งและภาพรวมของเสื้อ
นอกจากไฟล์ Artwork แล้ว ควรระบุสีเสื้อ รหัสสี ขนาดลาย ตำแหน่งพิมพ์ ทรงเสื้อ ไซซ์ จำนวน และรายชื่อให้ครบ โดยเฉพาะงานทีมที่มีชื่อหรือหมายเลขแตกต่างกันในแต่ละตัว
วิธีที่ช่วยลดความผิดพลาดได้มากที่สุดคือจัดไฟล์ให้เป็นระบบ ทำ Mockup ให้เห็นภาพจริง และตรวจ Proof ก่อนอนุมัติผลิต หากข้อมูลทุกส่วนตรงกันตั้งแต่ต้น ผู้ผลิตก็สามารถทำงานตามบรีฟได้ง่ายขึ้น และช่วยลดปัญหาลายผิดตำแหน่ง สีไม่ตรง ชื่อผิด หรือ Artwork ไม่ตรงกับแบบที่ต้องการ
หากคุณกำลังมองหางานพิมพ์คุณภาพครบวงจร ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @pimdai หรือเยี่ยมชมผลงานคุณภาพได้ที่ www.pimdai.com เปลี่ยนงานพิมพ์ของคุณให้โดดเด่นและน่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยบริการจาก Pimdai.com วันนี้!
อ่านบทความเกี่ยวกับ เสื้อพิมพ์ลาย เพิ่มเติมได้ที่นี่